วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2558

พุทธภาษิต ๙๑๙ บท ชุดที่ ๙


พุทธภาษิต  ๙๑๙ บท

๒๒๕.
สิ่งใดจิตใจยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวเราของเราแล้ว
ไม่หนักใจไม่มีในโลก

๒๒๖.
ทรัพย์สมบัติสะสมไว้ย่อมพอกพูนขึ้นเสมอ
เหมือนตัวปลวกก่อจอมปลวก

๒๒๗.
รูปโฉมล่อให้คนโง่ให้หลงได้ เว้นแต่ผู้แสวงหาพระนิพพาน


๒๒๘.
รูปกายตายดับลับสูญ  แต่ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลยังอยู่


๒๒๙.
จิตใจของหญิงรู้ได้ยาก

๒๓๐.
คราวคับขันต้องการคนกล้า

๒๓๑.
คราวปรึกษาต้องการคนไม่พูดมาก

๒๓๒.
มีข้าวปลากอาหาร ย่อมต้องการคนที่รัก


๒๓๓.
มีเรื่องราวเกิดขึ้นย่อมต้องการบัณฑิต

๒๓๔.
กำลังใจรู้ได้ในคราวมีอันตราย

๒๓๕.
ผู้มียศไม่ควรเมายศ

๒๓๖.
ควรบริจาคให้มาก

๒๓๗.
ควรฝึกฝนอบรมตนในความสงบ

๒๓๘.
ผู้มุ่งหมายความสงบพึงสละลาภทานเสีย

๒๓๙.
สิ่งใดไม่ผิดพึงถือเอาสิ่งน้ัน

๒๔๐.
ต่อหน้าเคยเป็นเช่นไร  ลับหลังจงเป็นเช่นน้ัน 

๒๔๑.
ยังไม่สำเร็จก็ไม่ควรคุย  ยังไม่ผลิดอกออกผลก็อย่าเพิ่งคุย

๒๔๒.
จงอยู่อย่างมีที่พึ่ง  อย่าอยู่อย่างไร้ที่พึ่ง

๒๔๓.
ไม่ควรมีชีวิตอย่างกาฝาก

๒๔๔.
ไม่มีโรคภัยเบียดเบียนเป็นลาภเหลือล้น

๒๔๕.
ไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงมาแล้ว


๒๔๖.
ไม่ควรกังวลถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง

๒๔๗.
ไม่มีแสงสว่างใดเสมอด้วยปัญญา

๒๔๘.
ปัญญาทำให้โลกสว่างโชติช่วง

๒๔๙.
ปัญญาเกิดขึ้นจากความพยายามคิดค้น

๒๕๐.
ปัญญาสิ้นไปเพราะไม่คิดค้น



วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2558

พุทธภาษิต ๙๑๙ บท ชุดที่ ๘


พุทธภาษิต ๙๑๙ บท 

๒๐๖.
ลักษณะของมหาบุรุษ มีความกรุณาเป็นพื้นฐาน

๒๐๗.

ความรู้สึกคุณและตอบแทนคุณเป็นเครื่องหมายของคนดี

๒๐๘.
ยกแผ่นดินให้ทั้งโลก  คนอกตัญญูก็ยังไม่รู้คุณ

๒๐๙.

ทรัพย์สมบัติย่อมทำลายคนโง่เขลา

๒๑๐.

เครื่องสักการบูชาย่อมทำลายคนเลวทราม




๒๑๑.
เกิดมาเป็นมนุษย์นี้เกิดได้ยาก

๒๑๓.

การฟังพระธรรมก็ได้ฟังยาก

๒๑๔.

พระพุทธเจ้าจะบังเกิดขึ้นก็แสนยาก

๒๑๕.

ไม่ท่องบ่นมนต์ก็เสื่อมคลาย

๒๑๖.

บ้านเรือนไม่หมั่นกวาดก็สกปรก

๒๑๗.
คนเกียจคร้านผิวพรรณก็มัวหมอง




๒๑๘.
เป็นหญิงทำผิดประเพณีก็มัวหมอง

๒๑๙.

ความบริสุทธิ์ไม่บริสุทธิ์เป็นของเฉพาะตัว

๒๒๐.

ใครจะทำให้ใครบริสุทธิ์ไม่ได้

๒๒๑.
คนบริสุทธิ์การกระทำบริสุทธิ์ ศึลก็บริสุทธิ์


๒๒๒.
ความผิดของคนอื่นเห็นง่ายของตนเห็นยาก 

๒๒๓.

ขึ้นชื่อว่าความลับในการทำชั่วไม่มีในโลก

๒๒๔.

ที่ประชุมใดไม่มีคนดีประชุมด้วยความสงบก็ไม่ใช่ที่ประชุม





วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558

พุทธภาษิต ๙๑๙ บท ชุดที่ ๗





พุทธภาษิต ๙๑๙ บท


๑๘๖.
ความป่วยไข้เหมือนได้ลาภอย่างใหญ่หลวง

๑๘๗.

ความหิวเป็นโรคอย่างร้ายแรง

๑๘๘.

ไม่มีสังขารใดที่ยืนยงคงอยู่


๑๘๙.
สังขารผันแปรไปไม่เที่ยงแท้

๑๙๐.

โอกาสที่ดีพร้อมย่อมหาได้ยาก




๑๙๑.
การได้พบพระพุทธเจ้าบ่อยๆ ย่อมหาได้ยาก

๑๙๒.

อย่าปล่อยให้โอกาสล่วงเลยไปเสีย

๑๙๓.

อายุวัยผ่านไปเหมือนครู่เดียว

๑๙๔.

วันเวลาพัดพาสรรพสัตว์ไปพร้อมกับเวลาที่ผ่านไป

๑๙๕.

โอกาสย่อมผ่านพ้นคนหนุ่มผู้ทอดทิ้งการงานไปเสีย



๑๙๖.
โอกาสย่อมผ่านพ้นคนโง่ผู้คอยฤกษ์ยามอยู่

๑๙๗.

ประโยชน์เป็นตัุวฤกษ์อยู่แล้ว  ดวงดาวจะทำอะไรให้ได้

๑๙๘.

อำนาจวาสนาเป็นใหญ่ในโลก

๑๙๙.

ความงามความดีเป็นเครื่องดึงดูดทรัพย์

๒๐๐.
ไม่มีฝีมือในการทำงานย่อมฝีดเคือง 


๒๐๑.
ขึ้นชื่อทำอะไรเป็นสักอย่างก็เลี้ยงชีพได้

๒๐๒.

รู้จักประมาณในการให้เป็นคนดี

๒๐๓.

ความละอายชั่วและความกลัวบาป ช่วยคุ้มครองโลกไว้

๒๐๔.
ความเมตตาช่วยหล่อเลี้ยงโลก 

๒๐๕.

ความริษยาทำให้โลกพินาศ

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2558

พุทธภาษิต ๙๑๙ บท ชุดที่ ๖



พุทธภาษิต ๙๑๙ บท 

๑๗๑.
ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุข

๑๗๒.
ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม

๑๗๓.
ผู้ประพฤติธรรมไม่ไปสู่ที่ชั่ว

๑๗๔.
ผู้ตั้งอยู่ในธรรมย่อมมีเกียรติ

๑๗๕.
ผู้ต้ังอยู่ในธรรมย่อมไม่ทำชั่ว


๑๗๖.
ไม่ควรยึดมั่นถือมั่นในสิ่งท้ังปวง

๑๗๗.
ควรพิจารณาสภาวธรรมเหมือนดั่งลูกคลื่น

๑๗๘.
สิ่งท้ังหลายย่อมเป็นไปตามธรรมดาของมันเอง

๑๗๙.
ผู้มีธรรมควรมีความหนักแน่นในธรรม

๑๘๐.
ควรเว้นจากสิ่งธรรมดาที่ไม่ดีงามเสีย

๑๘๑.
บัณฑิตควรกระทำแต่สิ่งที่ดีงาม

๑๘๒.
มรรคแปดเป็นหนทางไปสู่ความรอดโดยปลอดภัย

๑๘๓.
ความหมดจดจากกิเลสทั้งปวง เป็นความพ้นทุกข์โดยสิ้นเชิง

๑๘๔.
ธรรดาสิ่งใดเกิดขึ้น สิ่งน้ันย่อมดับไปเป็นธรรมดา

๑๘๕.
ธรรมดาสิ่งน้ันเกิดขึ้น 
 สิ่งน้ันย่อมผันแปรไปตามแต่เครื่องประกอบจะเป็นไป


วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2558

พุทธภาษิต ๙๑๙ บท ชุดที่ ๕


พุทธภาษิต ๙๑๙ บท 

๑๕๑.
ผู้ให้สิ่งดีเลิศ  ย่อมได้รับสิ่งที่ดีเลิศ

๑๕๒.
บุญของผู้ให้ย่อมเจริญยิ่งขึ้น

๑๕๓.
เป็นบุรษควรเป็นผู้ให้

๑๕๔.
ไม่มีทุกข์ใดเสมอด้วยเบญจขันธ์

๑๕๕.
สังขารเป็นทุกข์ใหญ่หลวง




๑๕๖
บ้านเรือนไม่ดีเป็นทุกข์ของคนครองเรือน

๑๕๗.
ความยากจนเป็นทุกข์ของชาวโลก

๑๕๘.
เป็นหนี้เป็นทุกข์ในโลก

๑๕๙.
ผู้ขาดที่พึ่งอยู่อย่างเป็นทุกข์

๑๖๐.
ผู้พ่ายแพ้อยู่อย่างเป็นทุกข์
๑๖๑.
ผู้หมดกังวลย่อมไม่ตกทุกข์

๑๖๒.
พระธรรมเหมือนห้วงน้ำไม่มีตม

๑๖๓.
สิ่งทั้งหลายเกิดที่ใจก่อน 

๑๖๔.
พระธรรมเป็นธงชัยของผู้แสดงธรรม

๑๖๕.
คุณธรรมของคนดีรู้ได้ยาก

๑๖๖.
คุณธรรมของคนดีไม่เก่าล้าสมัย

๑๖๗.
ผู้มีธรรมย่อมรักษาธรรมไว้

๑๖๘.
ประพฤติชอบธรรมอยู่เสมอทำให้เป็นสุข

๑๖๙.
ผู้ถือมั่นอยู่ในธรรม  เป็นผู้เกื้อกุูลแก่คนทั้งหลาย

๑๗๐.
ผู้อิ่มเอิบในธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข 



วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2558

พุทธภาษิต ๙๑๙ บท ชุดที่ ๔



พุทธภาษิต ๙๑๙ บท 
๑๓๖.
ชัยชนะที่ไม่กลับแพ้ เป็นชัยชนะที่ดีจริง

๑๓๗.
ชนะคนโกรธด้วยไม่โกรธตอบ

๑๓๘.
ชนะคนชั่วด้วยความดี

๑๓๙.
ชนะคนขี้เหนียวด้วยการให้

๑๔๐.
ชนะคนโกหกด้วยคำสัจจริง 

๑๔๑.
การให้และการรบกันก็ยากเท่ากัน

๑๔๒.
จิตเลื่อมใสแล้วให้ทานน้อยเป็นไม่มี



๑๔๓.
การเลือกให้ทาน พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญ

๑๔๔.
คนพาลเท่านั้นไม่สรรเสริญการให้

๑๔๕.
ผู้ให้ย่อมผูกไมตรีไว้ได้

๑๔๖.
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักของคนหมู่มาก

๑๔๗.
ผู้ให้ย่อมมีผู้รักน้ำใจ





๑๔๘.
ผู้ให้ความสุขย่อมได้รับความสุขยิ่งกว่า

๑๔๙.
ผู้ให้สิ่งชอบใจ ย่อมได้รับสิ่งที่ชอบใจ

๑๕๐.
ผู้ให้สิ่งประเสริฐ ย่อมถึงฐานะอันประเสริฐ



วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2558

พุทธภาษิต ๙๑๙ บท ชุดที่ ๓


\
พุทธภาษิต ๙๑๙ บท 

โดย

เทพ สุนทรศารทูล 

๙๑. 
ฆ่าความโกรธเสียได้ ย่อมไม่เศร้าโศกเสียใจ

๙๒
ความโกรธเข้าครอบงำทำให้เลิกทำความดี 

๙๓. 
คนขี้โกรธย่อมนอนเป็นทุกข์

๙๔.
คนขี้โกรธผิวพรรณไม่ผ่องใส

๙๕.
คนขี้โกรธทำประโยชน์ก็ไม่ได้คุณประโยชน์

๙๖.
บุรุษผู้มีความโกรธ สินทรัพย์ก็เสื่อม

๙๗.
ผู้มึนเมาด้วยความโกรธ ยศศักดิ์ก็เสื่อม

๙๘.
ญาติมิตรและเพื่อนฝูงย่อมตีตัวจากคนโกรธ

๙๙.
คนโกรธย่อมไม่รู้เหตุผล

๑๐๐.
คนโกรธย่อมไม่เห็นธรรมะ

๑๐๑.
คนโกรธทำลายสิ่งใดที่ไม่น่าทำได้คล่องๆ 

๑๐๒.
ภายหลังเมื่อหายโกรธแล้ว ก็เดือดร้อนเหมือนถูกไฟเผา

๑๐๓.
ผู้ถูกความโกรธครอบงำย่อมขาดที่ยึดเหนี่ยว

๑๐๔.
คนโกรธฆ่าได้แม้กระทั่งมารดาล


๑๐๕.
ผู้มีความโกรธขึ้นมาย่อมอัปราชัย

๑๐๖. 
ตัดความโกรธได้ขาดด้วยการข่มใจตนเอง

๑๐๗.
ตัดความโกรธให้ขาดด้วยปัญญา

๑๐๘.
อย่าให้ความโกรธออกนอกหน้า

๑๐๙.
ความอดกลั้นเป็นการบำเพ็ญเพียรอย่างสูง

๑๑๐.
ความอดกลั้นเหนี่ยวรั้งความหุนหันพลันแล่น

๑๑๑.
ความอดกลั้นทำให้เกิดประโยชน์และความสุข


๑๑๒.
ความอดกลั้นเป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์

๑๑๓.
ความอดกลั้นเป็นเครื่องเผาผลาญกิเลสของผู้บำเพ็ญเพียร

๑๑๔.
ความอดกลั้นเป็นกำลังของนักบวช

๑๑๕.
ความอดกลั้นเป็นกำลังของนักบุญ

๑๑๖.
ผู้อดกลั้นเป็นที่ชุ่มชื่นใจชน





๑๑๗.
จิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติก็ไม่ต้องสงสัย

๑๑๘.
จิตเศร้าหมอง สุคติก็ไม่ต้องสงสัย

๑๑๙.
โลกนี้เป็นไปตามใจคน

๑๒๐.
บังคับจิตใจได้จึงจะดี

๑๒๑.
ฝึกจิตเชื่องแล้วก็เป็นสุข

๑๒๒.
ปกครองใจตนได้ก็เป็นสุข

๑๒๓.
ทำตามใจชอบจะลำบาก

๑๒๔.
ทำใจให้ซื่อตรงการงานก็ดี





๑๒๕.
พึงรู้เท่าทันในเรื่องของจิต

๑๒๖.
พึงระมัดระวังจิตเหมือนประคองบาตรที่เปี่ยมด้วยน้ำมัน

๑๒๗.
จงระวังรักษาจิตของตน 

๑๒๘.
นักปราชญ์ย่อมระวังรักษาจิตของตน


๑๒๙.
บาปเกิดจากจิตดวงใด พึงระงับจิตดวงนั้น

๑๓๐.
ผู้ชนะย่อมก่อเวร

๑๓๑.
ธรรมทานชนะทานทั้งปวง

๑๓๒.
ธรรมรสชนะรสทั้งปวง

๑๓๓.
ธรรมปิติ ชนะความปิติทั้งปวง


๑๓๔.
สิ้นความทะยานอยาก ชนะทุกข์ทั้งปวง


๑๓๕.
ชัยชนะที่กลับแพ้ได้ ไม่ใช่ชัยชนะที่ดีจริง