วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559

พุทธภาษิต ๙๑๙ บท (ชุดที่ ๓๕)


๖๑๖.
ฉลาดในการรักษาแบบโบราณ ประพฤติตามจารึตประเพณีย่อมไม่ตกไปสู่ที่ชั่ว  

๖๑๗.
ไม่ทำตามคำสั่งสอนที่ท่านผู้รู้ได้กล่าวไว้  ก็เปรียบเหมือนพ่อค้าขี่ม้าพยศ จะไปโดยราบเรียบอย่างไร

๖๑๘.
ผู้ใดยกตนข่มท่าน วางโต ใจกระด้าง 
พึงรู้ว่าผู้นั้นเป็นคนเลวทราม

๖๑๙.
ผู้ใดรู้สำนึกว่าตนมีศีล มีปัญญา มีความรู้ 
ผู้นั้นย่อมประพฤติตนเพื่อประโยชน์ตนและผู้อื่นทั้งสองฝ่าย

๖๒๐.
ผู้ใดมีสติอยู่ทุกขณะจิต มีเมตตาจิตไม่จำกัดขอบเขต 
ผู้นั้นย่อมเห็นแจ้งในเครื่องผูกมัดตนไว้ในโลกนี้ 
ผู้นั้นย่อมแก้เครื่องผูกมัดตนออกได้ 

๖๒๑.
รีบร้อนในเวลาที่ควรช้าๆ  ชักช้าในเวลาที่ควรเร่งรีบ เป็นคนโง่
ย่อมเป็นทุกข์ เพราะไม่ฉลาดในการกระทำนั้น

๖๒๒
ช้าในเวลาที่ควรช้า  ด่วนในเวลาที่ควรด่วน  เป็นคนฉลาด ย่อมเป็นสุขเพราะฉลาดในการกระทำน้ัน

๖๒๓.
ไม่ฆ่าเอง ไม่ให้ผู้อื่นฆ่า  ไม่ชนะเอง ไม่ทำให้ผู้อื่นชนะ เป็นผู้เมตตาต่อสัตว์ทั้งปวง ย่อมไม่มีเวรมีภัยกับผู้ใด

๖๒๔.
ทำบุญให้บิดามารดาผู้ล่วงลับไปแล้ว  
ย่อมได้รับการสรรเสริญในโลกนี้  แม้ตายไปก็เป็นสุขในสวรรค์

๖๒๕.
เป็นคนฉลาดรู้จักคุณคน ตอบแทนคุณคน คบเพื่อนที่ดี ช่วยทำกิจแก่ผู้ตกทุกข์ อย่างนี้เรียกว่าเป็นผู้ดี 

วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

พุทธภาษิต ๙๑๙ บท (ชุดที่ ๓๗)

๖๒๖.
ผู้ไม่รู้จักพอในภรรยาของตน ย่อมเดินทางไปสู่ความฉิบหาย 

๖๒๗.
ผู้ทำบุญแล้วย่อมรื่นเริงในโลกท้ังสอง รื่นเริงในโลกนี้และโลกหน้า ละโลกนี้ไปแล้วก็รื่นเริงว่าเราได้ทำบุญไว้แล้ว  

๖๒๘.
คนที่ทำบุญควรทำบุญบ่อยๆ ควรพอใจในการทำบุญน้ัน เพราะผู้สั่งสมบุญย่อมมีความสุข

๖๒๙.
ไม่ควรดูหมิ่นบุญที่ทำน้อย  ว่าจักไม่ได้บุญมาก แม้หยดน้ำทีละหยดยังเต็มตุ่มได้ฉันใด ผู้รู้สั่งสมบุญมากย่อมได้บุญฉันน้ัน

๖๓๐.
วันคืนล่วงไป ชีวิตย่อมล่วงไป อายุย่อมสุดสิ้นไป ดุจน้ำในลำธารย่อมเหือดแห้งไปฉันน้ัน 

๖๓๑.
อายุของมนุษย์นี้สั้นนัก พึงปลงใจเสีย
ทำตนดั่งคนเดินอยู่กลางแดดร้อนจัดในยามเที่ยงวัน 
อันความตายจะไม่มาถึงตนน้ันไม่มี

๖๓๒.
ทั้่งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ทั้งไพร่ผู้ดี ล้วนเดินทางไปสู่ความตาย
ทุกคนมีความตายรออยู่ข้างหน้า

๖๓๓.
เพื่อนฝูงเป็นมิตรของคนที่มีเรื่องเกิดขึ้นบ่อยๆ
แต่บุญที่ทำไว้น้ันย่อมเป็นมิตรในโลกหน้า

๖๓๔.
อยู่ในอากาศ อยู่กลางมหาสมุทร
 เข้าไปในถ้าก็หนึไม่พ้นความตาย
สถานที่ดินแดนที่ความตายไปไม่ถึงไม่มีเลย

๖๓๕.
ผู้ที่ยังหลงเด็ดดอกไม้ มีใจลุ่มหลงอยู่ ไม่รู้จักอิ่มในกาม
ความตายก็คืบคลานเข้ามาครอบงำโดยไม่รู้ตัว

วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2559

พุทธภาษิต ๙๑๙ บท (ชุดที่ ๓๔)



๖๐๖.
จงละนิวรณ์ กำจัดอุปกิเลสทั้ง ๑๖
ตัดรัก ตัดชังเสียให้ขาด แล้วเที่ยวไปเด็ดเดี่ยวแต่ผู้เดียว

๖๐๗.
คนโง่คิดว่ามีบุตรมีทรัพย์จึงเดือดร้อน
 ที่แท้ตัวของเราก็ไม่มีบุตร  ทรัพย์ของเราจะมีที่ไหนเล่า

๖๐๘.
บิดามารดาท่านว่าเป็นพระพรหมเป็นครูอาจารย์คนแรก
เป็นผู้ควรบูชาของบุตร 
และเป็นผู้ส่งเสริมช่วยเหลือการกระทำของบุตร

๖๐๙.
บาปยังไม่ให้ผล คนโง่ก็คิดว่ามีรสหวาน บาปให้ผลเมื่อใดคนโง่ก็ระทมทุกข์เมื่อน้ัน

๖๑๐.
คนไม่มีโชคมีฝีมือการทำงานหรือไม่ก็ตาม ย่อมรวบรวมทรัพย์ไว้ได้มาก ส่วนคนมีโชคย่อมบริโภคทรัพย์เหล่าน้ัน

๖๑๑.
ผู้ใดไม่คิดร้ายต่อมิตร จะไปยังบ้านนอก หัวเมืองในกรุงก็ตาม
ย่อมมีคนบูชาทั้วไป

๖๑๒.
ผู้มีใจฝักใฝ่ทางชั่ว ผู้ไม่ละอายต่อบาป ผู้ไม่ห่วงใยในความดี 
เขาย่อมประสบแต่ความชั่วช้า เขาย่อมตกไปสู่ความฉิบหาย

๖๑๓.
รู้ธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงจากใครที่ไหน
พึงนอบน้อมผู้นั้นโดยเคารพ เหมือนพราหมณ์ผู้บูชาไฟ

๖๑๔.
ผู้ใดทำชั่วแล้ว เลิกละความชั่วมาทำความดี 
ผู้นั้นเหมือนพระจันทร์ผ่านก้อนเมฆมาส่องโลกให้สว่าง 

๖๑๕.
น่ังนอนอาศัยร่มเงาต้นไม้ใด  ไม่ควรริดรานกิ่งก้านต้นไม้น้ัน 
เพราะผู้ทำลายมิตรเป็นคนเลวทรามต่ำช้า



วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2559

พุทธภาษิต ๙๑๙ บท (ชุดที่ ๓๓)


๕๙๖.
เราเรียกผู้ตัดอาลัยในกามว่าผู้สำรวม เขาไม่มีเครื่องเศร้าหมองรัดรึงตรึงตราไว้  ย่อมข้ามพ้นความเดือดพล่านแห่งตัณหาไปได้

๕๙๗.
แม้มีฤทธิ์เดช มีปัญญาเฉียบแหลม มีคนเป็นอันมายกย่องบูชา
หากอยู่ในอำนาจของสตรีย่อมไม่รุ่งโรจน์เหมือนพระจันทร์ถูกพระราหูบดบังไว้ฉนั้น

๕๙๘.
คนดีย่อมปรากฎไปไกลเหมือนภูเขาหิมาลัย  คนชั่วอยู่ที่ไหนก็ไม่ปรากฎ เหมือนลูกศรยิงไปในกลางคืนฉนั้น

๕๙๙.
คนฉลาดมีโภคทรัพย์มากแล้ว ย่อมสงเคราะห์วงศ์ญาติ 
เขาย่อมมีเกียรติยศชื่อเสียง  
เมื่อตายไปแล้วย่อมบรรเทิงอยู่ในสวรรค์ 

๖๐๐.
บัณฑิตย่อมไม่กระทำบาปเพื่อความสุขของตน  
คนดีแม้ได้รับทุกข์เพราะผิดพลาดไป 
ก็ย่อมไม่ละทิ้งคุณธรรมด้วยความรักหรือความโกรธ 

๖๐๑.
การทำอะไรโดยขาดความฉลาด 
ไม่รู้เท่าถึงการณ์ก็ไม่เกิดประโยชน์
คนปัญญาทรามย่อมทำลายผลประโยชน์เหมือนลิงเฝ้าสวน

๖๐๒.
บัณฑิตจะเป็นบุรุษไปหมดก็หาไม่ 
สตรีมีปัญญาเฉียบแหลมก็เป็นบัณฑิตได้เหมือนกัน 

๖๐๓.
ภิกษุไม่ควรหวั่นไหวในคำนินทา ไม่ฮึกเหิมในคำสรรเสริญ ควรเบาบางในความโลภ ความตระหนี่ ความโกรธ และการส่อเสียด

๖๐๔.
บัณฑิตย่อมมองเห็นเหตุและไม่ใช่เหตุได้แจ่มแจ้ง  มองเห็นผลได้แจ่มชัด ย่อมเปลื้องตนออกได้โดยฉับพลันโดยไม่ต้องกลัวผลร้ายที่จะติดตามมาภายหลัง 

๖๐๕.
ผู้ใดตั้งใจประพฤติพรหมจรรย์เป็นคนโสด เขาเรียกกันว่า บัณฑิต ส่วนผู้ใดฝักใฝ่ในการมีคู่สมรสย่อมมืดมนเศร้าหมอง 

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

พุทธภาษิต ๙๑๙ บท (ชุดที่ ๓๒)



  ๕๘๖.
นักบวชใดเป็นผู้ไม่เบียดเบียน สำรวมกายอยู่เป็นนิตย์
นักบวชนั้นย่อมไปสู่สถานที่ไม่เกิด สถานที่ไม่มึความเศร้าโศก

๕๘๗.
บิดามารดาเลี้ยงมาด้วยความลำบาก  ไม่บำรุงบิดามารดา 
กลับประพฤติผิดต่อบิดามารดา ย่อมไปตกนรก

๕๘๘.
ภิกษุทั้งหลายเมื่อผู้ใดยึดถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งของตนแล้ว จักไม่เกิดความหวาดหวั่นครั่นคร้ามใดใด

๕๘๙.
คนมืดคนโง่เขลาไม่รู้อะไร มักมีใจแข่งดี ย่อมเกิดมีความโกรธ
ความโกรธย่อมเผาผลาญเขาเอง

๕๙๐.
ผู้ฝึกฝนตนที่มีความเพียรย่อมกินและดื่มพอควร ไม่ทำบาปเพราะเห็นแก่กิน คนผู้น้ันชาวโลกเรียกว่า สมณะ 

๕๙๑.
ผู้ใดกำหนัดในกาม เพลิดเพลินในกาม มักมากในกาม ทำบาปในกาม ย่อมไปสู่ทุคติ

๕๙๒.
พระอรหันต์อยู่ที่ใด บ้านก็ดี ป่าก็ดี ที่ลุ่มก็ดี ที่ดอนก็ดี ที่นั้นย่อมเป็นที่น่าอยู่อาศัย

๕๙๓.
ผู้ใดมีเทวทูตเตือนใจแล้ว  ยังประมาทมัวเมาอยู่
ผู้นั้นย่อมเกิดเป็นอสูรกาย ต้องเศร้าโศกอยู่ชั่วกาลนาน

๕๙๔.
โจรผู้ร้ายถูกเขาจับได้ซึ่งหน้า  ย่อมเดือดร้อนเพราะกรรมชั่วของตนฉันใด คนที่ทำชั่วตายไปแล้วย่อมเดือดร้อนเพราะกรรมชั่วของตนฉันนั้น

๕๙๕.
ผู้ใดหยิ่งเพราะชาติกำเนิด เพราะวงศ์ตระกูล เพราะทรัพย์สมบัติ ย่อมลืมตัวไว้ตัว เป็นหนทางของผู้ฉิบหาย



วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

พุทธภาษิต ๙๑๙ บท (ชุดที่ ๓๑)



๕๘๑.
สมณะเป็นผู้สงบระงับจากบาปกรรมทั้งปวง

๕๘๒.
จงหลีกให้พ้นชั่ว เหมือนพ่อค้ามีทรัพย์มากเดินหลีกทางที่มีภัย และผู้รักชีวิตหลีกจากยาพิษฉนั้น

๕๘๓.
เมื่อเขาขอโทษ ผู้ใดยังขุ่นข้องอยู่  
ผูกโกรธไว้ไม่ยอมยกโทษให้ เรียกว่าผูกเวรไว้ 

๕๘๔.
ในหมู่มนุษย์ คนที่ข้ามไปถึงฝั่งพระนิพพานได้มีน้อย
นอกนั้นยังวิ่งเลาะอยู่ชายฝั่งข้างนี้

๕๘๕.
จงฝึกฝนตั้งจิตให้แน่วแน่ตั้งมั่นไว้  ด้วยการพิจารณาเห็นความไม่สวยงาม มีสติควบคุมกาย มีความเบื่อหน่ายในสังขารทั้งหลายให้มาก 




วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

พุทธภาษิต ๙๑๙ บท (ชุดที่ ๓๐)

๕๗๑.
ความรู้เกิดแก่คนพาล ก็เพียงเพื่อความฉิบหาย
มันทำลายส่วนที่ดีงามของคนพาลเสีย

๕๗๒.
ผู้มีปัญญาทราม ใจไม่แน่วแน่ ถึงมีอายุต้ังร้อยปี
ก็สู้ผู้มีปัญญามีใจแน่วแน่เป็นสมาธิ มีชีวิตอยู่วันเดียวไม่ได้

๕๗๓.
ผู้มีความประมาทแล้ว แม้จำคำภาษิตได้มาก
แต่ไม่เข้าใจใช้ภาษิตนั้นให้เป็นประโยชน์แก่ตน
ย่อมไม่ได้รับผลเป็นธรรมดา เหมือนคนเลี้ยงโคนับโคให้เจ้าของฉนั้น

๕๗๔.
ผู้มีความประมาท ทอดทิ้งกิจที่ควรทำเสีย
ไปทำกิจที่ไม่ควรทำ กิเลสตัณหาย่อมเกิดแก่ผู้นั้น

๕๗๕.
ผู้ใดแต่ก่อนเคยประมาท ภายหลังเป็นผู้ไม่ประมาท ผู้นั้นย่อมเหมือนดวงจันทร์พ้นเมฆ ย่อมส่องแสงให้โลกสว่างได้

๕๗๖.
ผู้ทำบาป ย่อมเศร้าโศกในโลกนี้และโลกหน้า เรียกว่าเศร้าโศกในโลกทั้งสอง เขาเห็นกรรมอันเศร้าหมองของตน จีงเศร้าโศกและเดือดร้อน

๕๗๗.
หยดน้ำที่หยาดลงทีละหยด ย่อมเต็มตุ่มฉันใด คนโง่ที่ทำบาปทีละน้อยอยู่เป็นนิตย์ ย่อมเป็นคนบาปหนาฉันน้ัน

๕๗๘.
ผู้กล่าวเท็จ ล่วงธรรมะคือความสัตย์ ไม่ทำบาปอื่นอีกเป็นไม่มี

๕๗๙.
บาปที่ทำย่อมเกิดกรรมชั่ว บาปย่อมเผาลนคนโง่ เหมือนไฟสุมขอนฉันนั้น

๕๘๐.
ยาพิษเข้ามือที่ไม่มีแผลไม่ได้ฉันใด บาปที่ไม่เกิดแก่ผู้ไม่ทำบาปก็ฉันนั้น